2007/Dec/03

. . . เขิน . . .





. . . . .อย่าแปลกใจที่ยังเขิน . . . . .

“จุนซู รอนานไหม ขอโทษนะ พอดีอาจารย์เรียกไปคุยเรื่องโปรเจ็คต์น่ะ” ร่างสูงที่วิ่งกระหืดกระหอบมารีบเอ่ยขอโทษขอโพยร่างเล็กๆที่ยืนอยู่ใต้ร่มไม้หน้าตึกเรียน มือใหญ่รีบดึงหนังสือในอ้อมกอดของคนตัวเล็กมาถือเอาไว้ให้ก่อนที่อีกฝ่ายจะทันปฏิเสธ แล้วใช้แขนเสื้อที่ยาวเลยข้อมือตัวเองออกมา ซับเบาๆบนใบหน้าใสๆของอีกฝ่าย ดวงตาคมมองไล่ไปตามไรผม แก้มขาวที่มีสีเลือดฝาดๆซับอยู่

“ไม่ต้องหรอกยูชอน” จุนซูเอ่ยขัดขึ้นมา ดวงตาใสมองจับจ้องไปที่ใบหน้าหล่อคมของอีกฝ่าย ก่อนจะอมยิ้มไว้คนเดียว แต่ไม่นานนัก เจ้าของดวงตาคมก็หันมาสบตาเขาเข้า

“หืม? อะไรติดหน้าผมหรือจุนซู?” ยูชอนเอ่ยถาม พร้อมมองหน้าคนตัวเล็กกลับด้วยสายตารักใคร่ ทำเอาคนตัวเล็กผงะไป ก่อนจะส่ายหัวไปมา แล้วก้มหน้าหลบลงมองที่พื้นอย่างเคยชิน

“หลบตาอีกแล้วน๊า จุนซู” ยูชอนเอ่ยขึ้นมาด้วยเสียงกลั้วหัวเราะ แล้วใช้แขนยาวโอบรอบไหล่เลฏของอีกคนเอาไว้ ก่อนจะออกแรงเล็กน้อยให้คนข้างกายออกเดินเคียงกันไป

“หิวไหม?” เสียงทุ้มเอ่ยถาม ก่อนจะเปลี่ยนจากการโอบไหล่มาสอดมือใหญ่กระชับกับมือเล็กอย่างแผ่วเบา คนร่างเล็กหันกลับมาเผยยิ้มเล็กน้อย ก่อนจะผงกหัวตอบแล้วหันกลับไปมองทางเช่นเคย

ไม่นานนัก เมื่อเดินเลยมาถึงโรงอาหารของมหาวิทยาลัย ผู้คนมากมายเดินกันขวักไขว่เพราะเป็นเวลาใกล้เที่ยง หลายต่อหลายคนหันมามองผู้ที่เดินเข้ามาใหม่อย่างสนอกสนใจ แต่หลายคนก็ยิ้มให้ด้วยความเคยชิน ผิดกับยูชอนที่ต้องนิ่วหน้าลงอีกครั้ง เมื่อเจ้าของฝ่ามือเล็กที่เขากอบกุมเอาไว้ได้ไม่นาน ค่อยๆดึงมือนั้นออก แล้วเดินนำหน้าไปอย่างสบายๆ รอยยิ้มน่ารักส่งให้ใครต่อหลายคน ไม่เหมือนเวลาอยู่กับเขา ยูชอนเกาหัวตัวเองเบาๆอย่างงงงัน ก่อนจะเดินตามคนตัวเล็กไปนั่งลงที่โต๊ะที่เต็มไปด้วยเพื่อนฝูงของอีกฝ่ายหนึ่ง

“ทานอะไรจุนซู เดี๋ยวผมไปซื้อให้” ยูชอนยังเอ่ยถามต่อไป คนร่างสูงพยายามไม่เอาเรื่องที่ผ่านมาเมื่อครู่มาใส่ใจเท่าไหร่ ดวงตาคมยังจับจ้องที่คนตัวเล็กเพียงคนเดียวเท่านั้น เจ้าของชื่อหันมา ยิ้มเพียงอ่อนบาง แล้วเอ่ยตอบไป

“ไปด้วยกันดีกว่า เดี๋ยวยูชอนถือไม่หมด เราช่วย” เขาตอบอย่างน่ารัก ก่อนจะลุกขึ้น แล้วยื่นมือเล็กให้คนร่างสูงเกาะกุมอีกที

“ทำไมมือเย็นงี้ล่ะ” ยูชอนเอ่ยถามทันที เมื่อเขากุมมือของอีกฝ่ายได้ จุนซูก้มหน้าลงแล้วหัวเราะออกมาเบาๆ ก่อนจะหันมาตอบพร้อมรอยยิ้มที่ทำเอาคนเห็นเกือบหยุดหายใจ

“เหงื่อมันออกน่ะ ตื่นเต้น”



ในเวลาที่มองตากัน รู้มัยว่าฉันก็ชอบใจ
แต่ขอเถอะ อย่านานได้ไหม ก็ทำอะไรไม่ถูก
ในบางทีที่กุมมือกัน เหงื่อมันก็ไหลไม่ยอมหยุด
หลายอย่างอาจดูพิรุธจนเธอต้องเอ่ยถามกัน



“หนาว . . .” เสียงทุ้มเอ่ยขึ้น ก่อนจะสอดแขนเข้าไปควงกับแขนเล็กของอีกคนหนึ่ง แล้วเอนหัวซบลงกับลาดไหล่เล็กคนร่างเล็กเพียงหัวเราะ แล้วเอนหัวซบลงไปที่คนที่ซบตัวเองอยู่

“อุ่นขึ้นมั้ย” เสียงเล็กเอ่ยถาม เรียกเสียงหัวเราะร่าเริงจากยูชอนได้เป็นอย่างดี เขายืดตัวขึ้นมา ก่อนจะกดจูบเบาๆลงไปที่ข้างแก้มใส แล้วเปลี่ยนให้อีกฝ่ายมาควงแขนเขาเอาไว้แทน

“หันหน้าหนีอีกแล้ว จุนซู” ร่างสูงเอ่ย เมื่อคนร่างเล็กไถลตัวเอนไปกับเก้าอี้ แล้วพิงศีรษะลงกับแขนแกร่ง ในขณะที่หันหน้าไปอีกทางหนึ่งแทน

“ปล่าวนี่” จุนซูเอ่ยตอบไป แต่ก็ยังไม่ได้หันหน้ากลับมามองคนที่ร้องเรียกตัวเองอยู่ ยูชอนจึงได้เพียงแต่ยิ้มเบาบางกับตัวเอง ฝังจมูกลงกับหัวกลมๆของตนรัก

“จุนซู”

“หืม?”


“ผมรักจุนซูนะ” เสียงทุ้มเอ่ยไป ก่อนจะใช้แขนข้างหนึ่งสอดเข้าไปที่รอบเอว แล้วกอดคนร่างเล็กเอาไว้

“อื้ม เราก็รักยูชอน”



ไม่ใช่ไม่รักนะเธอ ที่อายเมื่อควงแขนกัน
แต่ใจฉันมันต้านทานไม่ไหว





“อยากไปไหนไหม?” เสียงทุ้มเอ่ยถามคนที่เดินข้างกาย ขาสองข้างของทั้งคู่ เดินเอื่อยเฉื่อยให้ลมเย็นๆพัดให้ชื่นใจ คนถูกถามเพียงส่ายหัวเบาๆตอบ ใบหน้าสวยก้มลงต่ำ ในขณะที่ดวงตาก็ยังทอดสายตาไปข้างหน้าอย่างไม่มีจุดหมาย ริมฝีปากบางยังมีรอยยิ้มเรื่อๆติดอยู่ให้คนมองวูบวาบเล่น

“กลับบ้านเลยหรือ?”

“อื้ม วันนี้พี่จุนโฮกลับมาน่ะ” เสียงหวานเอ่ย ในขณะที่ดวงตายังไม่ได้หันกลับมาแต่อย่างใด

“งั้นอยู่กินข้าวบ้านจุนซูด้วยได้ไหม” เสียทุ้มยังเอ่ยถามเชิงเย้าเล่น แต่คนถูกถามกลับพยักหน้าตอบอย่างรวดเร็วเหมือนรอคำถามนี้อยู่แล้ว

“ได้หรือ?”

“อื้ม อยู่สิ เราอยากให้ยูชอนเจอพี่จุนโฮ” จุนซูเอ่ยไป ในขณะที่มือน้อยกำลังไขประตู เพื่อเปิดบานประตูหน้าบ้านออก

“จุนซู ทำไมเวลาเดินด้วยกันถึงไม่ชอบให้ผมจับตัว หรือจับมือล่ะ ไม่มองหน้าผมด้วย” อยู่ๆยูชอนก็เอ่ยถามคำถามนี้ขึ้นมา ทำให้มือของคนร่างเล็กหยุดการทำงานไป ก่อนจะหันกลับมายิ้มอ่อนหวานให้กับคนตรงหน้า

“คิดมากหรือยูชอน?” เสียงเล็กเอ่ยถาม ก่อนจะยื่นมือไปจับคนตรงหน้าเอาไว้ แล้วยิ้มกว้างขึ้นกว่าเดิมเมื่อเห็นคนตรงหน้าพยักหน้าขึ้นลงเร็วๆ

“ก็เราเขินนี่ ยูชอนก็รู้จักเรา คบกันมาสองวันซะที่ไหน จะสองปีแล้วนะ ยังไม่ชินอีกหรือ” เสียงเล็กตอบกลับไปอย่างแผ่วเบา พลางช้อนตามองคนตรงหน้าที่เผลอหลุดยิ้มออกมาตามคำพูดของเขา

“จุนซูนั่นแหละ เมื่อไหร่จะเลิกเขิน”

“ไม่รักไม่เขินหรอกนะ เรารักยูชอนคนเดียว เราก็เขินยูชอนอยู่คนเดียวนี่แหละ”

จบประโยค รอยจุมพิตแผ่วเบาจากคนร่างเล็กก็ถูกทาบลงบนริมฝีปากอิ่มก่อนที่จะทันพูดอะไรออกมา แต่คนร่างสูงก็ไม่ได้ตั้งใจจะเอ่ยอะไรแล้ว เค้าเอื้อมแขนออกกว้าง พลางโอบกอดร่างเล็กให้เข้ามาชิดกับตนมากขึ้น

“ผมรักจุนซูมากเลย” เสียงทุ้มอบอุ่นดังติดริมฝีปากของคนร่างเล็ก ก่อนที่สายตาคมที่จับจ้องคนตรงหน้าอยู่จะปิดลงในที่สุด



อย่าแปลกใจที่ยังเขิน ทุกครั้งที่เดินด้วยกัน
ก็หัวใจยังไหวหวั่นทั้งๆที่คบมานานแต่กับชั้นก็เหมือนวันแรกเจอ
ไม่ผิดหรอกที่ยังเขิน เพราะมันแสดงออกว่าชั้นรักเทอ
อันดับนึ่งในหัวใจต้องเปนเทอของชั้นเท่านั้นเลย



THE END*